- เจ้าภาพบริจาครายเดือน
- เจ้าภาพถาวรเจติยวิหาร
- เจ้าภาพอุโบสถการเปรียญ
- เจ้าภาพรถตู้ Venture
- เจ้าภาพรถกระบะ Vego
- เจ้าภาพพิมพ์หนังสือ ปี 2553
- เจ้าภาพเสาอุโบสถการเปรียญ
- เจ้าภาพกุฏี-กุฏิกรรมฐาน
- เจ้าภาพเครื่องกรองน้ำ-ห้องสมุด
- เจ้าภาพหลักวิสุงคามสีมา
- เจ้าภาพประตูหน้าต่างอุโบสถศาลา (ชั้นล่าง)
- เจ้าภาพลูกนิมิต ๑ ชุด/อ่างอุ่นอาหาร ๑ ชุด









![]() | วันนี้ | 848 |
![]() | วานนี้ | 1116 |
![]() | สัปดาห์นี้ | 3073 |
![]() | สัปดาห์ที่แล้ว | 8146 |
![]() | เดือนนี้ | 8100 |
![]() | เดือนที่แล้ว | 25938 |
![]() | ทั้งหมด | 321409 |
ไอพีของคุณ: 38.107.191.106
,
วันนี้: ก.ย. 07, 2010
วิธีที่จะทำให้เข้าสมาธิได้นาน
หลักวิธีปฏิบัติที่จะทำให้เข้าสมาธิ หรือเข้าฌานได้นานๆ โยคีบุคคลพึงปฏิบัติดังต่อไปนี้
๑. เมื่อโยคีผู้ปฏิบัติธรรมคนใดสามารถเข้าสมาธิ หรือเข้าฌานได้ครบ ๑ ชั่วโมงแล้ว ถ้ามีความประสงค์จะฝึกเข้าฌาน ให้จิตแช่อยู่ในอารมณ์ของเรือนแก้ว คือฌานนั้นให้นานยิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อจะให้สำเร็จประโยชน์อันตนพึงประสงค์จากสมาธิ หรือฌาน เป็นต้นนั้น ให้ฝึกเข้าสมาธิให้ได้ ๑ ชั่วโมง เสียก่อน แล้วฝึกให้ชำนิชำนาญจนสามารถเข้าได้ตามต้องการ ออกได้ตามต้องการ ไม่ให้ออกก่อน และไม่ให้เลยเวลา และเมื่อสามารถทำได้ครบ ๑ ชั่วโมง สมบูรณ์ดีอย่างนี้แล้ว วันหลัง (วันถัดมา) ให้เดินจงกรมให้ครบ ๑ ชั่วโมง แล้วนั่งอธิษฐานจิต ว่า “สาธุ สาธุ สาธุ ขอให้สมาธิจิตของข้าพเจ้าดับสนิทแน่นิ่งไป ๒ ชั่วโมง”
๒. เมื่อสามารถทำได้ครบตามกำหนด ๒ ชั่วโมง สมบูรณ์ดีอย่างที่กล่าวมาในข้อ ๑ แล้ว ให้หล่อเลี้ยงสมาธิ (รักษาสมาธิ) ไว้ ๒ วัน ด้วยการรักษาสติ อารมณ์ไว้ โดยการกำหนดสติให้ทันปัจจุบันธรรม ตัดอารมณ์ที่เป็นอดีต และอนาคตทิ้ง เรียกว่า สำรวมอินทรีย์ และทำความเพียรตามปกติธรรมดา เพียงแต่ไม่ให้อธิษฐาน
๓. เมื่อเลี้ยงสมาธิไว้ครบตามกำหนด ๒ วันแล้ววันหลังให้เดินจงกรม ๑ ชั่วโมง แล้วนั่งอธิษฐานจิต ว่า “สาธุ สาธุ สาธุ ขอให้สมาธิจิตของข้าพเจ้าดับสนิทแน่นิ่งไป ๓ ชั่วโมง” เมื่อสามารถทำได้ครบตามกำหนด ๓ ชั่วโมงสมบูรณ์ดีแล้วให้หล่อเลี้ยงสมาธิไว้ ๔ วัน โดยรักษาสติอารมณ์ ปฏิบัติไปตามปกติธรรมดา เหมือน ข้อ ๒
๔. เมื่อเลี้ยงสมาธิไว้ครบตามกำหนด ๔ วันสมบูรณ์ดีแล้วให้เริ่มปฏิบัติต่อได้ โดยเดินจงกรม ๑ ชั่วโมง แล้วนั่งอธิษฐานจิต ว่า “สาธุ สาธุ สาธุ ขอให้สมาธิจิตของข้าพเจ้าดับสนิทแน่นิ่งไป ๖ ชั่วโมง” เมื่อสามารถทำได้ครบตามกำหนด ๖ ชั่วโมงสมบูรณ์ดีแล้วให้หล่อเลี้ยงสมาธิไว้ ๕ วัน โดยรักษาสติอารมณ์ไว้ ปฏิบัติไปตามปกติธรรมดา เหมือน ข้อ ๒
๕. เมื่อเลี้ยงสมาธิไว้ครบตามกำหนด ๕ วันสมบูรณ์ดีแล้วให้เริ่มปฏิบัติต่อได้ โดยเดินจงกรม ๑ ชั่วโมง แล้วนั่งอธิษฐานจิต ว่า “สาธุ สาธุ สาธุ ขอให้สมาธิจิตของข้าพเจ้าดับสนิทแน่นิ่งไป ๑๒ ชั่วโมง” เมื่อสามารถทำได้ครบตามกำหนด ๑๒ ชั่วโมงสมบูรณ์ดีแล้วให้หล่อเลี้ยงสมาธิไว้ ๗ วัน โดยรักษาสติอารมณ์ไว้ ปฏิบัติไปตามปกติธรรมดา เหมือน ข้อ ๒
๖. เมื่อเลี้ยงสมาธิไว้ครบตามกำหนด ๗ วันสมบูรณ์ดีแล้วให้เริ่มปฏิบัติต่อได้ โดยเดินจงกรม ๑ ชั่วโมง แล้วนั่งอธิษฐานจิต ว่า “สาธุ สาธุ สาธุ ขอให้สมาธิจิตของข้าพเจ้าดับสนิทแน่นิ่งไป ๒๔ ชั่วโมง” แล้วนั่งสมาธิไปจนครบ ๒๔ ชั่วโมง
เมื่อสามารถทำได้ครบตามกำหนด ๒๔ ชั่วโมงสมบูรณ์ดีแล้วพยายามฝึกให้ชำนิชำนาญ ให้เข้าได้ตามต้องการ ออกได้ตามต้องการ ไม่ให้ออกก่อน และไม่ให้เลยเวลา เมื่อทำบ่อยๆ จนชำนิชำนาญได้ที่แล้ว นั่งเข้าสมาธิไป ๒๔ ชั่วโมง ก็เท่ากับเราเข้าสมาธิไปแค่ ๕ นาที เมื่อชำนาญในการเข้า การทรงอยู่ในสมาธิ และการออกจากสมาธิสมบูรณ์ดีแล้ว หากปรารถนาจะฝึกเข้าสมาธิ ๓ วัน, ๔ วัน, ๕ วัน หรือครบ ๗ วัน ก็ให้ปฏิบัติเหมือนดั่งที่กล่าวมาแล้ว แต่ให้เลี้ยงสมาธิไว้ให้นานๆ หน่อย คือ ๑๕ วัน หรือ ๑ เดือน พยายามหาเวลาอธิษฐานเข้าสมาธินานๆ ตามเวลาที่ตนต้องการสักครั้งหนึ่ง
สมาธินี้ต้องฝึกเข้าบ่อยๆ ฝึกออกบ่อยๆ เพื่อให้ได้ความละเอียดอ่อนของสมาธิ และความคล่องแคล่วชำนาญในวสีทั้ง ๕ คือ ชำนาญในการนึก ชำนาญในการเข้า ชำนาญในการอธิษฐาน ชำนาญในการออก ชำนาญในการพิจารณา เมื่อสามารถทำได้อย่างที่กล่าวมาแล้วนี้ ก็จะเป็นเหตุให้จิตของผู้นั้นมีพลัง มีอำนาจ มีอานุภาพ มีสมรรถนะสูง พร้อมที่จะยังประโยชน์ ให้เกิดขึ้น และใช้ให้สำเร็จประโยชน์ตามความประสงค์ที่ตนอธิษฐานจิตไว้ ตามเหตุตามปัจจัยแห่งกำลังสมาธิของตนๆ

















