ประวัติวัดบ้าเก่าบ่อ
ประวัติวัดบ้านเก่าบ่อ
วัดบ้านเก่าบ่อ ตำบลหนองแก้ว อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ เริ่มตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๙ ต่อมาประมาณปี พ.ศ. ๒๔๓๐ ได้เกิดโรคระบาดขึ้น เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อน จึงได้ย้ายวัดไปตั้งใหม่ คือ วัดบ่อชะเนง ในปัจจุบันนี้

ป้ายบอกทางเข้าวัดบ้านเก่าบ่อ ติดกับถนนหลวง
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๔ เรื่อยมา ก็ได้มีครูบาอาจารย์มาพักจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านเก่าบ่อนี้หลายรูป เป็นลำดับ ดังนี้ คือ
- พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล
- พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต
- พระอาจารย์กู่
- พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม
- พระอาจารย์กว่า
- พระอาจารย์หล้า
- พระอาจารย์มหาปิ่น ปญฺญาพโล
- พระอาจารย์สงค์
- พระอาจารย์บุญเพ็ง
- พระอาจารย์เกิ่ง อธิมุตฺโต
- พระอาจารย์ทอง
- พระอาจารย์อ่อน
- พระอาจารย์มหาสี อติโสภโณ
- พระอาจารย์กงมา
- พระอาจารย์พวง
- พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เป็นต้น

หลวงปู่ขาว อนาลโย ปูชนียาจารย์ชาวบ้านบ่อชะเนง
เคยมาปักกลดจำพรรษา ณ วัดบ้านเก่าบ่อ สมัยเป็นวัดร้าง
ในช่วงครูบาอาจารย์มาจำพรรษาอยู่นี้ ท่านได้เทศนาสั่งสอน ชี้แนะแนวทางแก่ญาติโยมเป็นประจำ ทั้งในเรื่องการให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตา ภาวนา จนเป็นที่เข้าอกเข้าใจ แจ่มแจ้งในธรรมปฏิบัติ จึงเป็นเหตุให้ญาติโยมชาวบ้านเกิดศรัทธาปสาทะ ในคุณของพระรัตนตรัยอย่างมั่นคง จึงได้พากันเลิกความเชื่อเดิมๆ คือ เชื่อถือผีปู่ตา ผีตาแฮก ผีไท้ ผีแถน ผีบ้าน ผีเรือน เป็นต้น จนถึงปัจจุบันนี้ หลังจากนั้นก็ไม่มีครูบาอาจารย์มาอยู่ เป็นเหตุให้วัดร้างเรื่อยมา

ป้ายบอกเส้นทางไปวิหารพระพุทธสันติสุขฯ ติดกับถนนหลวง
ต่อมา หลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่งเป็นคนเกิดที่บ้านบ่อชะเนง ท่านได้ออกบวช และได้ออกธุดงค์กรรมฐานเพื่อประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นเวลาหลายปี จนธรรมปฏิบัติเกิดขึ้นเต็มภูมิจิตภูมิใจของท่าน แล้วเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ ท่านจึงได้กลับมาจำพรรษา พักที่บนโบสถ์วัดบ้านเก่าบ่อแห่งนี้ เพื่อโปรดญาติโยมอันเป็นถิ่นปิตุภูมิมาตุภูมิ ของท่าน เป็นเวลา ๑ พรรษา แล้วหลวงปู่จึงได้กลับไปวัดถ้ำกลองเพล จ.อุดรธานี (เดี๋ยวนี้ขึ้นจังหวัดหนองบัวลำภู)

ซุ้มประตูทางเข้าวัดบ้านเก่าบ่อ ตัดกับถนนหลวง
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ พระอาจารย์บุญมา ได้มาพักปฏิบัติธรรม ๑ พรรษา หลังจากนั้นมาก็ไม่มีครูบาอาจารย์มาพักจำพรรษาอีกเลย เพียงแต่มาพักปฏิบัติชั่วคราวเท่านั้น เป็นอย่างนี้เรื่อยมา
เริ่มบูรณปฏิสังขรณ์วัดบ้านเก่าบ่อ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งตรงกับวัน ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๔ ปีวอก หลวงพ่อเจ้าคุณพระสิริพัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบ่อชะเนง เจ้าคณะอำเภอหัวตะพาน ในสมัยนั้น (ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ) โดยความเห็นชอบของ พระเดชพระคุณ พระอุดมญาณโมลี เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ เจ้าคณะภาค ๑๑ (ธ) กรรมการมหาเถรสมาคม พระเดชพระคุณพระธรรมฐิติญาณ เจ้าอาวาสวัดศรีอุบลรัตนาราม เจ้าคณะภาค ๑๐ (ธ) จ.อุบลราชธานี คณะสงฆ์อำเภอหัวตะพาน และญาติโยมบ้านบ่อชะเนง บ้านโพนแพง บ้านแสนสุข ได้มีความเห็นร่วมกัน ในการบูรณปฏิสังขรณ์วัดบ้านเก่าบ่อแห่งนี้ให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมประจำอำเภอหัวตะพาน

ป้ายชื่อวัดบ้านเก่าบ่อ (ใหม่)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งตรงกับวัน ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีวอก เป็นวันแรกที่ได้ออกมาอยู่ประจำ และได้ถวายสังฆทาน วางศิลามงคล เปิดสำนักปฏิบัติธรรมวัดบ้านเก่าบ่อ ดังนั้น จึงถือเอาวันนี้เป็นวันทำบุญครบรอบวัดเป็นประจำทุกๆ ปี เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ บูรพชน บูรพาจารย์ เป็นต้น
กรมการศาสนาโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมได้ยกวัดร้าง คือวัดบ้านเก่าบ่อแห่งนี้ให้เป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงได้ดำเนินการมาตามลำดับโดยสังเขป ดังนี้
เดิมนั้นวัดนี้มีเนื้อที่อยู่ ๗ ไร่ ๓ งาน ๑๗ ตารางวา ประเภท โฉนดที่ดิน ได้ขยายเขตวัด โดยได้รับบริจาคที่ดิน และให้ค่าตอบแทน จำนวน ๓๙ ไร่ รวมที่ดินทั้งหมด ๔๙ ไร่ ได้แบ่งเป็น ๕ เขต ดังนี้ ๑. เขตพุทธาวาส ๒. เขตสังฆาวาส ๓. เขตอุบาสิกา ๔. เขตปฏิบัติธรรม และ ๕. เขตสถานธรรมสังเวช

ซุ้มประตูธรรมสถาน
ในเขตปฏิบัติธรรมนั้น ได้สร้างพระประธานองค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง ๕.๖๐ เมตร เรียกว่ามณฑลพระประธาน พระเดชพระคุณพระอุดมญาณโมลี ได้เมตตาตั้งชื่อว่า “พระพุทธสันติสุขไพศาล อุดมมงคลจักรวาฬประสิทธิ์” ภายในองค์พระนั้นได้บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุ และวัตถุมงคลเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ได้ทรงพระเมตตาประทานพระบรมสารีริกธาตุให้ หลวงพ่อพระครูวิศาลเขมคุณ ได้นำพระธาตุมาร่วมบรรจุด้วย เพื่อเป็นที่กราบไหว้สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป

ศิลาจารึกประวัติถาวรเจติยมหาวิหาร
เริ่มสร้างพระประธาน เมื่อ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖ สร้างเสร็จ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ สิ้นงบประมาณในการก่อสร้างรวมทั้งบริเวณมณฑลนั้นด้วย ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านบาทถ้วน)
ในปีต่อมา พุทธบริษัทได้บูรณะองค์พระประธานใหม่ พระเดชพระคุณพระอุดมญาณโมลี ได้เมตตามาเป็นประธานจัดงานฉลองสมโภช และทำบุญคล้ายวันเกิด บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุ และวัตถุมงคล เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พระอุดมญาณโมลี ในสมัยนั้น) ซึ่งเป็นผู้มีถิ่นกำเนิดเกิดที่บ้านบ่อชะเนง ได้ปรารภให้มีการก่อสร้าง “ถาวรเจติยมหาวิหาร” เพื่อมุงบังองค์พระประธานใหญ่ สำหรับให้เป็นที่ประพฤติปฏิบัติธรรมได้ทั้งหน้าแล้งหน้าฝน

พระพุทธสันติสุขไพศาล อุดมมงคลจักรวาฬประสิทธิ์
คณะศิษยานุศิษย์ ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์จึงได้ร่วมกันดำเนินการก่อสร้างฯ โดยเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้มอบปัจจัยส่วนตัว จำนวน ๔๑๗,๕๐๐ บาท คุณสุธาสินี นิติสาครินทร์ เป็นเจ้าภาพใหญ่ บริจาคปัจจัย ๒,๗๐๐,๐๐๐ บาท ตลอดทั้งผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทั่วไป และยังได้ร่วมกันบูรณะองค์พระประธาน และธรรมจักรทั้ง ๒ ข้างใหม่ด้วยการปิดทองทั้งหมด
ส่วนพระอนุโลมนั้น คุณสุธาสินี นิติสาครินทร์ ได้นำพลอยสีแดงเม็ดใหญ่มาใส่ หลวงพ่อพระครูสุทธิวราภรณ์ วัดถ้ำพรหมสวัสดิ์ ก็ได้นำพลอยสีขาวเม็ดใหญ่มาใส่ และผู้มีจิตศรัทธาที่ได้บริจาคซื้อพลอยสีขาวเม็ดเล็ก ๓๑ เม็ด มาใส่ล้อมรอบพลอยสีแดงอีกด้วย
ส่วนยอดเจดีย์ซึ่งเป็นพระธาตุพนมจำลอง พุทธบริษัทได้พร้อมใจกันสร้างฉัตร ๑๖ ชั้น เฉพาะ ๙ ชั้นยอดประดับด้วยเงินหนัก ๒๘ บาท ทองคำหนัก ๑๖ บาท ภายในองค์พระธาตุพนมจำลองนั้นได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุ และวัตถุมงคลเป็นจำนวนมาก

พระครูภาวนากิจจาทร (เกษม กตกิจฺโจ)
พระบรมสารีริกธาตุนั้น เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นองค์ประทานมอบให้ ซึ่งได้รับเมตตาจาก พระอาจารย์ไมตรี ฐิตธมฺโม เจ้าอาวาสวัดทางสาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ประสานงาน และได้รับแรงศรัทธาจาก คุณทองดี หรรฬษคุณารมณ์ เป็นผู้จัดการถวายทุกอย่าง แม้แต่ที่เอามาบรรจุภายในองค์พระพุทธสันติสุขฯ นั้นก็เช่นกัน นอกจากนั้นยังได้รับเมตตาธรรมจากพระเถรานุเถระหลายรูปได้นำพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุ และวัตถุมงคลมาร่วมบรรจุด้วย เพื่อน้อมถวายเป็นมุทิตาสักการะ ในวันทำบุญคล้ายวันเกิด ฉลองอายุวัฒนมงคล ๘๖ ปี ของ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์
เจ้าประคุณสมเด็จ ฯ ได้เป็นองค์ประธานบรรจุ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ณ วัดบ้านเก่าบ่อ ตำบลหนองแก้ว อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ ระยะเวลาในการดำเนินการก่อสร้าง ถาวรเจติยมหาวิหาร บูรณะปิดทององค์พระประธาน และธรรมจักรทั้ง ๒ ข้าง เป็นเวลา ๙ เดือนเต็ม (๒๗๕ วัน) คือ เริ่ม ๑๙ มีนาคม – ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๖
นอกจากนั้นยังได้สร้างเสนาสนะขึ้นหลายอย่าง เช่น อุโบสถการเปรียญ ๒ ชั้น กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ ศาลาปฏิบัติธรรม ศาลารับรอง กุฎี ๓๐ หลัง มีห้องน้ำในตัว ที่พักแม่ชี กัปปิยะภูมิ สระน้ำ ห้องน้ำ ห้องสุขา หลายแห่ง ตลอดบริเวณวัด และสถานที่พักปฏิบัติธรรม เป็นต้นโดยได้รับเมตตาธรรมจากพระมหาเถระ พระภิกษุสามเณร และพุทธศาสนิกชนหลายๆ ฝ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกในการประพฤติวัตรปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ทั้งที่อยู่ประจำ และมาจากหลายๆ จังหวัด ซึ่งมีการประพฤติปฏิบัติธรรมต่อเนื่องกันอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ขาดจนถึงปัจจุบันนี้
ในปีมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี คณะสงฆ์และคณะกรรมการทุกฝ่าย ตลอดทั้งข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน มีมติเป็นเอกฉันท์พร้อมใจกันก่อสร้าง “พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งบูรพาจารย์” ทั้งฝ่ายวิปัสสนาธุระ และคันถธุระ จำนวน ๒๔ รูป มีหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นต้น ณ อุโบสถการเปรียญชั้นที่ ๒ วัดบ้านเก่าบ่อ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์สมเด็จพระภูมิพลมหาราช
๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๙
เรียบเรียงโดย พระครูภาวนากิจจาทร
แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 22 กรกฏาคม 2009 เวลา 01:29 น.)























